觉悟之路 上座部佛教 Theravada Buddhism

 找回密码
 注册

QQ登录

只需一步,快速开始

搜索
查看: 1186|回复: 0

Ajahn Kevali

[复制链接]

753

主题

959

帖子

959

积分

文章编辑

Rank: 15Rank: 15Rank: 15Rank: 15Rank: 15

积分
959
发表于 2015-7-18 01:01:40 | 显示全部楼层 |阅读模式
We know how the profundity of the Buddha's teachings on an intellectual level can uplift our hearts and minds; seeing the meaning and the necessity of applying oneself to what the Buddha taught. Now we are chanting the actual unembellished original words that were used in delivering these teachings. We can easily see this in the karaniya-metta sutta (the discourse on Loving-Kindness)...

There are many individual words in these chants that we are totally familiar with; we do know the meaning of them; we do understand what they are pointing to. We can see these as hinges or tags for mindfulness. These words can bring up a particular feeling of knowing, here and now. In our hearts we can be applying those teachings at the same time as we recite the words. It becomes a skill worth making much of: staying with the words of the chant, attending to the meaning and at the same time being in touch with the blissful atmosphere. We can feel the energy that is generated while chanting the parittas at the same time as applying ourselves to the particulars of the teachings. We have awareness and a quality of recollection at the same time.

- Ajahn Kevali

The abbot of Wat Pah Nanachat/

The International Forest Monastery, Thailand

Chanting words of Karaniya-mettta in Pali [See English translation below]

Karanîya - mattha kusalêna - yantam santam padam abhisamecca,
Sakkô ujû ca sûjû ca - suvaco cassa mudu anati mâni.
Santussakô ca subharô ca - appa kicco ca salla-huka vutti,
Santindriyô ca nipakô ca - appagabbhô kulêsu ananugiddhô.
Na ca khuddam samâcarê kinci - yêna viññu parê upavadeyyum
Sukhinô vâ kheminô hontu - Sabbê sattâ bhavantu sukhitattâ.
Yêkêci pâna bhûtatthi - tasâ vâ thâvarâ vâ anava, sêsâ,
Dîghâ vâ yê mahantâ vâ -- majjhimâ rassakâ - nuka thûlâ.
Ditthâ vâ yêva additthâ - yêca dûrê vasanti avidûrê,
Bhûta vâ sambhavêsi vâ - sabbê sattâ bhavantu sukhitattâ.
Na parô param nikubbêtha - nâti maññêtha katthaci nam kanci,
Byârôsanâ patigha saññâ - nâñña - maññassa dukkha miccheyya.
Mâtâ yathâ niyam puttam - âyusâ êka putta manu rakkhe,
Êvampi sabba bhûtêsu - mânasam bhâvayê aparimânam.
Mettam ca sabba lôkasmin - mânasam bhâvayê aparimânam,
Uddham adhô ca tiriyam ca - asambâdham avêram asapattam.
Tittham caram nisinnô vâ - sayâno vâ yâva tassa vigata middho,
Êtam satim adhittheyya -- brahma mêtam vihâram idhamâhu.
Ditthin ca anupa gamma - sîlavâ dassanêna sampanno,
Kâmêsu vineyya gêdham - nahi jâtu gabbhaseyyam punarêtiti.

Translation: Discourse on Loving Kindness

He who is skilled in his good and who wishes to attain that state of Calm should act (thus:) He should be able, upright, perfectly upright, obedient, gentle, and humble.

Contented, easily supportable, with few duties, of light livelihood, controlled in senses, discreet, not imprudent, not be greedily attached to families.

He should not commit any slight wrong such that other wise men might censure him.

May all beings be happy and secure. May their minds be wholesome.

Whatever living beings there be: feeble or strong, long, stout, or medium, short, small, or large, seen or unseen, those dwelling far or near, those who are born and those who are to be born --may all beings, without exception, be happy-minded!

Let not one deceive another nor despise any person whatever in any place. In anger or ill will, let him not wish any harm to another.

Just as a mother would protect her only child even at the risk of her own life, even so let him cultivate a boundless heart towards all beings.

Let his thoughts of boundless love pervade the whole world: above, below and across--without any obstruction, without any hatred, without any enmity, Whether he stands, walks, sits or lies down, as long as he is awake, he should develop mindfulness. This, they say, is the Highest Conduct.

Not falling into error, virtuous and endowed with insight, he gives up attachment to sense-desires. He will surely not be born in any womb again.

การสวดมนต์

การสวดมนต์พระพุทธองค์ไม่มีบัญญัติเป็นกฏหรือแบบแผนไว้ว่า ต้องสวด และถ้าสวดต้องเป็นบทไหน แต่มีธรรมเนียมของชาวพุทธที่สืบๆ กันมาว่า ก่อนพิธีกรรมต่างๆ เช่น การแสดงธรรม การกระทำอุโบสถ และการทำบุญต่างๆ จะกล่าวคำนอบน้อมนมัสการพระรัตนตรัยก่อนเสมอ คืออย่างน้อยก็กล่าวว่า นะโมตัสสะ ภควโต อรหโต สัมมาสัมพุทธัสสะ ๓ จบ
ตามวัดต่างๆ พระภิกษุสามเณรท่านมีกิจวัตรอย่างหนึ่ง คือ ทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น คือ การสวดคำสรรเสริญคุณของพระรัตนตรัย และพระสูตรบางสูตร และชาวพุทธทั่วไปก็นิยมสวดมนต์ก่อนนอน เพื่อน้อมระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย ซึ่งการกราบไหว้นอบน้อมต่อพระรัตนตรัย เป็นกิจที่ควรทำ

อนึ่งการสวดมนต์ด้วยความเข้าใจผิด หรือสวดด้วยความโลภอยากได้สิ่งต่างๆการสวดอย่างนี้จิตไม่สงบครับ เพราะจิตเป็นอกุศลตั้งแต่แรก ดังนั้นควรพิจารณาว่าสวดอะไร สวดทำไม สวดเพื่ออะไร
ควรเข้าใจก่อนว่าความสงบไม่ได้หมายถึงจิตที่จดจ่ออยู่ที่อารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งแต่ความสงบหมายถึงสงบจากกิเลส สงบจากโลภะ โทสะ โมหะ ความสงบที่ถูกต้องนั้น เป็นความสงบด้วยกุศลจิตที่เกิดขึ้น ทั้งในขั้นทาน ขั้นศีล และภาวนา และการจะเข้าถึงความสงบจริงๆ ได้ ต้องด้วยปัญญาครับ หากไม่ได้อบรมเจริญปัญญาแล้ว เราอาจจะหลงผิดไปยึดถือเอาความยินดีติดข้องว่าเป็นความสงบได้ เพราะบางท่านต้องการความสงบจึงไปสวดมนต์ อาจจะด้วยความพึงพอใจ ในขณะที่สวดนั้นว่าเป็นช่วงเวลาที่จิตใจไม่วุ่นวายจากเรื่องโลกภายนอก แต่ลืมจุดประสงค์ที่แท้จริงของการสวดมนต์ว่า ควรเป็นไปเพื่อการระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัยขณะที่สวดมนต์ด้วยจิตศรัทธา ด้วยความเข้าใจในพระธรรมที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงขณะนั้นจิตสงบแล้วชั่วขณะ โดยที่ไม่ต้องไปพยายามหาวิธีให้จิตสงบด้วยความต้องการเลย

เพราะฉะนั้น ควรศึกษาพระธรรมเพื่อให้เกิดปัญญาครับซึ่งจะต้องมีความละเอียดรอบคอบในการศึกษา เพื่อความเข้าใจอย่างถูกต้อง ตรงตามความเป็นจริง โดย ไม่ใช่เพียงสวด หรือ ท่อง เท่านั้น จะต้องเป็นผู้มีความเข้าใจด้วย บทสวดมนต์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นมงคลสูตร กรณียเมตตสูตร รัตนสูตร เป็นต้น ล้วนเป็นพระธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดง ซึ่งจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อได้ศึกษาและเข้าใจอย่างถูกต้อง ถ้านำมาสวดหรือท่องเพื่อได้ เพื่อต้องการสิ่งหนึ่งสิ่งใด หวังลาภสักการะ ก็เป็นการผิดตั้งแต่ต้น เป็นอกุศลตั้งแต่ต้นแล้ว ไม่ได้เป็นไปเพื่อความเจริญขึ้นของกุศลธรรม ไม่เป็นไปเพื่อการขัดเกลากิเลสในชีวิตประจำวัน เพราะพระธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงทั้งหมดนั้น เป็นไปเพื่อละ ไม่ใช่เพื่อความติดข้องต้องการสิ่งหนึ่งสิ่งใด

- บ้านธัมมะ



Ajahn Kevali 相册
您需要登录后才可以回帖 登录 | 注册

本版积分规则

QQ|手机版|小黑屋|觉悟之路 ( 粤ICP备13026064号 )   粤公网安备 44060802000093号

GMT+8, 2020-10-28 11:05 , Processed in 0.094010 second(s), 20 queries .

Powered by Discuz! X3.4

Copyright © 2001-2020, Tencent Cloud.

快速回复 返回顶部 返回列表